โปปอฟ สานฝันแม่และพี่ชาย คนแรกในครอบครัวที่ได้ลงแข่งโอลิมปิก

เชื่อว่าทุกคนที่อยากลงแข่งโอลิมปิกล้วนมีจุดประสงค์ของตัวเอง ไม่ว่าจะเพื่อความภาคภูมิใจที่ได้เป็นตัวแทนแผ่นดินเกิด เพื่อเป็นเกียรติยศให้กับตัวเองและครอบครัว หรือเพื่อเอาชนะตัวเองก็ตาม

เช่นเดียวกับ Sophia Popov โปรกอล์ฟสาวจากแดนอินทรีเหล็กที่แทบจะไม่มีสถานะใน LPGA เป็นเวลาถึงเกือบปี โดยเธอได้ขึ้นๆลงๆเล่นอยู่ในทั้ง Symetra Tour และใน LPGA Tour พร้อมกับเคยคิดที่จะวางมือจากวงการกอล์ฟอย่างถาวร แต่เธอก็ได้ Claudia ผู้เป็นแม่มากล่อมให้เปลี่ยนใจเพื่อช่วยสานฝันให้กับครอบครัว

Sophia Popov ที่เคยคว้าแชมป์เมเจอร์ไป 1 รายการและตอนนี้รั้งอยู่ที่อันดับ 26 ของโลกใน Rolex Rankings ก็กำลังเป็นความหวังให้กับ Claudia ผู้เป็นแม่และ Nicholas พี่ชายในการลงแข่งโอลิมปิกในครั้งนี้

“แม่ฉันพลาดโอกาสที่จะลงแข่งโอลิมปิกเมื่อปี 1980 ส่วนพี่ชายของฉันก็ไม่ผ่านการทดสอบว่ายน้ำเพียงนิดเดียว ฉันเลยคิดว่านี่ไมได้ทำเพื่อตัวฉันคนเดียวแล้ว แต่ฉันมาในฐานะตัวแทนของครอบครัว” Sophia กล่าว

โดยโอลิมปิกเกมเมื่อปี 1980 นั้นได้จัดขึ้นที่กรุง Moscow ซึ่งเป็นช่วงหน้าร้อนหลังจากจัดแข่ง Winter Olympic Games ที่ Lake Placid เมือง New York โดยในตอนนั้น 2 มหกรรมกีฬาดังกล่าวได้จัดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกันและอยู่กันคนละฟากโลก แต่แล้วในเดือนธันวาคมปี 1979 ผู้นำของกลุ่มสหภาพโซเวียตตัดสินใจรุกรานอัฟกานิสถาน ซึ่งสุมไฟแห่งสงครามเย็นให้ดุเดือดมากยิ่งขึ้น ซึ่งการรุกรานของสหภาพโซเวียตในครั้งนั้นถือเป็นเหตุการณ์ที่หลายฝ่ายต่างช็อก และหลายฝ่ายต่างก็จับตาดูว่าสหรัฐฯจะมีการโต้ตอบอย่างไรบ้าง ซึ่งเพียงไม่นานหลังจากที่เกิดเหตุการณ์ “Miracle on Ice” หรือที่ทีมฮอกกี้จากสหภาพโซเวียตถูกกลุ่มเด็กมหาวิทยาลัยเอาชนะไปได้ในการแข่งที่ Lake Placid ทางด้าน Jimmy Carter ประธานาธิบดีของสหรัฐฯในขณะนั้นก็ประกาศคว่ำบาตรการแข่งขันโอลิมปิกในปี 1980 ณ กรุง Moscow ส่งผลให้ฝันในการลงแข่งโอลิมปิกของ Claudia Popov จึงต้องสิ้นสุดลง แต่ครั้งนี้เธออาจได้มองเห็นฝันของตัวเองผ่านสายตาของ Sophia ลูกสาวของเธอ

“ทุกคนต่างรู้สึกภูมิใจ ครอบครัวของฉันคงอยากมาร่วมสัมผัสบรรยากาศในโอลิมปิกพร้อมกับฝัน และมันก็ไม่ได้เป็นเกียรติแค่ตัวของฉันคนเดียวเท่าไหร่ จ่มันยังเป็นเกียรติแก่ประเทศเยอรมนีและครอบครัวของฉัน ซึ่งฉันหวังว่ามันจะทำให้พวกเขาภูมิใจ” นอกจากนั้น Sophia ยังทิ้งท้ายไว้ด้วยว่า “ถ้าหากโอลิมปิกยังคงจัดขึ้นในปี 2020 ฉันคงไม่ได้ร่วมติดทีมอย่างแน่นอน ฉันเลยคิดว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นล้วนมีเหตุผลของมัน และตอนนี้ฉันก็ได้รับโอกาสอีกครั้งจากการคว้าแชมป์ Women’s Open เมื่อปีที่แล้ว ฉะนั้นนี่จึงอาจเป็นโอกาสที่ฉันจะทำให้ฝันเป็นจริงได้แล้วค่ะ”

Ben

Ben

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *