Mizuno เปิดตัวชุดเหล็กรุ่นล่าสุดจากมิซูโน่กอล์ฟ Mizuno Pro

บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์มิซูโน่กอล์ฟประจำประเทศไทย นำโดย คุณอภิพัฒน์ อันประเสริฐพร Brand Manager Mizuno Golf ได้จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวชุดเหล็กรุ่นล่าสุดจากมิซูโน่กอล์ฟ Mizuno Pro ประกอบด้วยรุ่น 221, 223, 225 และ Fli-Hi รวมถึงเวดจ์รุ่น T22

 

คุณกิจติพนธ์ ศาสตร์ทรัพย์ Assistant Sale & Marketing Manager Mizuno Golf เป็นผู้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใหม่ดังนี้

MIZUNO PRO 221 ชุดเหล็กเบลดแบบดั้งเดิมที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์

ชุดเหล็กที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรุ่นโด่งดังในอดีต นำมาปัดฝุ่นพัฒนาต่อยอดให้เล่นได้ง่ายขึ้นจากการปรับแต่งรูปทรงของใบเหล็ก และการวางน้ำหนักในจุดถ่วงตำแหน่งต่างๆ ใช้กระบวนการผลิตแบบ Grain Flow Forged HD ที่เมืองฮิโรชิม่า ประเทศญี่ปุ่น อันเป็นฐานการผลิตใบเหล็กมิซูโน่ตั้งแต่ปี 1968 และยังมีชั้นทองแดงเสริมไว้ด้านในเพื่อสร้างความรู้สึกนุ่มนวลอย่างที่ไม่มีใครเลียนแบบได้ในขณะปะทะลูก

 

ราคา 49,900 บาท (5-PW) มีก้าน Dynamic Gold 120 และ Modus3 105

 

MIZUNO PRO 223 ชุดเหล็กคาวิตี้ สำหรับนักกอล์ฟมือดี

ชุดเหล็กที่จะเพิ่มบอลสปีดให้กับทุกคน ภายใต้รูปทรงแบบที่นักกอล์ฟในทัวร์ชื่นชอบ ด้วยการพลิกโฉมโครงสร้างขึ้นมาใหม่ในเหล็ก 4-7 กับวัสดุ Chromoly รวมเข้ากับเทคโนโลยี Flow Micro-Slot ที่ส่งผลให้หน้าไม้ของชุดเหล็ก Pro 223 มีความหนาเพียง 2.4 มิลลิเมตรเท่านั้น ในส่วนเหล็ก 8-PW นั้นใช้โครงสร้างจาก 1025E Pure Select Mild Carbon Steel เพื่อความนุ่มมือและควบคุมลูกได้ดั่งใจ โดยเหล็กทุกเบอร์ของชุดเหล็กรุ่น Pro 223 นั้นมีชั้นทองแดงเสริมอยู่ด้านในเช่นเดียวกันกับรุ่น Pro 221

 

ราคา 51,900 บาท (5-PW) มีก้าน Modus3 105 และ NS Pro 950 NEO

MIZUNO PRO 225

ชุดเหล็กสมัยใหม่ดีไซน์คลาสสิค

ชุดเหล็ก Pro 225 นับเป็นเจเนอเรชั่นที่ 2 แล้วสำหรับการสร้างสรรค์ชุดเหล็กในสไตล์ Hot Metal Blade ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ในรุ่นนี้มันถูกปรับขนาดให้กะทัดรัดขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย และเพิ่มเทคโนโลยี CORTECH ที่ช่วยปรับความหนาบางของหน้าไม้เพื่อสร้างบอลสปีดที่เร็วกว่าเดิม

โครงสร้างของชุดเหล็ก Pro 225 โดดเด่นด้วยการใช้ Chromoly 4135 มาผ่านกระบวนการ Grain Flow Forged ในบริเวณหน้าไม้ และคอไม้ ตั้งแต่เหล็ก 2-8 เพื่อให้หน้าไม้บางลงกว่าเดิมอีก 0.2 มิลลิเมตร ผสมผสานกับ COR Forged Hollow Body ดีไซน์ด้านในใบเหล็กให้กลวง และเสริมทังสเตนน้ำหนัก 28.5 กรัม เพื่อวิถีลูกที่ลอยโด่งอย่างสม่ำเสมอและเพิ่มบอลสปีด ส่วนในเหล็ก 9-PW ใช้วัสดุเป็น 1025E Pure Select Mild Carbon Steel พร้อมวางน้ำหนักด้านหลังให้ไฟล์ทบอลมีความพุ่งทะลวงมากขึ้น ไม่โด่งจนเสียระยะทาง และที่ขาดไม่ได้คือชั้นทองแดงที่เสริมอยู่ด้านในอันเป็นเอกลักษณ์ของชุดเหล็กในซีรีย์ Mizuno Pro

 

ราคา 51,900 บาท (5-PW) มีก้าน Modus3 105 และ NS Pro 950 NEO

MIZUNO PRO Fli-Hi

เหล็กสำหรับการไดร์ฟที่แท้จริง

เหล็กยาวกึ่งไฮบริดที่ถูกออกแบบมาเพื่อทดแทนการใช้เหล็กยาวแบบดั้งเดิมที่มักจะตียากและได้บอลสปีดที่ไม่สูงเท่าที่ควร สำหรับ Mizuno Pro Fli-Hi นั้นได้รับการออกแบบมาเพื่อใช้ได้ดีกับก้านกราไฟท์ ใบเหล็กมีขนาดยาว ฐานที่กว้าง และออฟเซ็ตที่มากกว่าปกติเล็กน้อย เมื่อเทียบกับรุ่น Pro 225 และใช้วัสดุ Maraging MAS1C มาทำเป็นหน้าไม้ ซึ่งเป็นครั้งแรกของแบรนด์ ผลคือบอลสปีดสูงขึ้น ตีง่ายขึ้น และกลายเป็นเหล็กสำหรับการไดร์ฟที่ทรงพลังที่สุดรุ่นหนึ่ง และยังสามารถตีขึ้นกรีนได้ดีอีกด้วย

 

ราคาชิ้นละ 9,900 บาท

 

MIZUNO T22 WEDGE

เวดจ์คุณภาพสูง กับตัวเลือกที่เพิ่มมากขึ้น

เวดจ์ T22 ใช้วัสดุเป็นเหล็กโบรอนความละเอียดสูง ขึ้นรูปแบบชิ้นเดียวด้วยกระบวนการ Grain Flow Forged อันเลื่องชื่อที่โรงงานในฮิโรชิม่า สถานที่เดียวกับที่มิซูโน่ ใช้ผลิตใบเหล็กมาตั้งแต่ปี 1968 โดยเวดจ์ T22 นั้นมีชั้นทองแดงที่เสริมไว้ด้านในเพื่อให้ลูกกอล์ฟเกาะหน้าไม้ได้นานขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมลูกกอล์ฟที่ออกจากหน้าไม้

“ผมคิดว่าเวดจ์ T22 คือความสมดุลระหว่างการออกแบบที่คลาสสิคแบบรุ่น T7 และมีประสิทธิภาพในการเล่นที่ดีแบบรุ่น T20 ซึ่งเราเก็บข้อดีของทั้ง 2 รุ่นดังกล่าวเอาไว้ แล้วพัฒนามาเป็นรุ่น T22” คริส วอร์ชอลล์ กล่าว

จุดเด่นของเวดจ์ T22 คือมีขนาดที่กะทัดรัดขึ้น รูปทรงของใบเหล็กถูกออกแบบให้มีความโค้งมนเพื่อให้มุมมองขณะจรดลูกนั้นเห็นบริเวณขอบใบเหล็กด้านบนที่บางลง ซึ่งการออกแบบในลักษณะนี้ยังช่วยสร้างอัตราการสปินที่สม่ำเสมอ และวิถีบอลที่พุ่งทะลวง

ในส่วนของหน้าไม้นั้น เวดจ์ T22 มีหน้าไม้ที่ชื่อว่า HydroFlow Micro Grooves ที่จะช่วยขจัดความเปียกชื้นบนหน้าไม้ออกไป ในขณะที่ร่องหน้าไม้แบบ Quad Cut milled ยังช่วยทำให้ยืดอายุการใช้งานของเวดจ์ได้อีกด้วย

 

เวดจ์ T22 มีด้วยกัน 2 เฉดสี คือ Denim Copper และ Satin Chrome

Grind options include:

S Grind เหมาะสำหรับการตีเต็มวงสวิง และเวดจ์ที่มีองศาต่ำ

D Grind มีการเจียรบริเวณส้น และปลายของเวดจ์เล็กน้อย เพื่อให้นักกอล์ฟจัดการกับหน้าไม้ได้มากขึ้น

C Grind มีการเจียรบริเวณส้น และปลายของเวดจ์มาก สำหรับนักกอล์ฟทักษะรอบกรีนสูง และสภาพสนามที่มีพื้นค่อนข้างแข็ง

X Grind มีการเจียรบริเวณส้น และปลายของเวดจ์มากที่สุด สำหรับผู้ชำนาญในการเล่นเวดจ์ และชอบเปิดหน้าไม้เล่นเยอะๆ

 

ราคาชิ้นละ 8,500 บาท ทั้ง White Satin และ Copper

Ben Wattanasup

Ben Wattanasup

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *