แพตตี้ สาวน้อย มหัศจรรย์ อนาคตใหม่แห่งวงการกอล์ฟไทย

นี่คือเรื่องของสาวไทย ที่โด่งดังที่สุดในโลก ณ เวลานี้ “โปรเหมียว” แพตตี้ สาวน้อยวัย 21 ปี ที่คว้าแชมป์กอล์ฟระดับโลก อย่างที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน

 

ทันทีที่คว้าแชมป์ ANA Inspiration คว้าเงินรางวัล 14.5 ล้านบาทได้สำเร็จ เหมียว-ปภังกร ธวัชธนกิจ โทรศัพท์มาหาคุณพ่อธนธัช ที่อยู่เมืองไทย ด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง เธอมีความสุข แต่ไม่ได้กระโดดโลดเต้นอย่างที่หลายคนคิด

 

 

พ่อลูกร่วมยินดีกัน กับแชมป์กอล์ฟรายการอาชีพครั้งแรกของน้องเหมียว และก่อนจะวางสาย สิ่งที่เธอบอกคุณพ่อคือ “ความสำเร็จดีใจได้แค่วันเดียว วันรุ่งขึ้นมันก็เป็นแค่อดีตไปแล้ว พรุ่งนี้เหมียวซ้อมต่อ”

 

 

ไม่น่าเชื่อว่านี่คือคำพูดจากเด็กสาวอายุ 21 ปี ที่คว้าแชมป์รายการระดับโลกได้สำเร็จ สาเหตุที่เธอเยือกเย็นขนาดนั้น คำอธิบายเดียวก็คือ เพราะฝันของเธอใหญ่กว่านั้น และแชมป์เมเจอร์ครั้งนี้ เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของเธอ

 

 

เหมียว-ปภังกร เป็นลูกสาวคนเดียวของธนธัช และทิพยรัตน์ เธอเกิดที่กรุงเทพฯ ที่บ้านมีธุรกิจส่วนตัวเล็กๆ ถือว่าฐานะอยู่ในระดับปานกลางค่อนไปทางดี

 

 

ตอนเด็ก เธอไม่เคยข้องเกี่ยวใดๆกับกีฬากอล์ฟทั้งสิ้น พ่อแม่ก็ไม่ได้เป็นนักกีฬามาก่อน แต่จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นตอนเธออายุ 9 ขวบ ณ เวลานั้น น้องเหมียวเรียนอยู่ที่โรงเรียนเอกบูรพา วิเทศศึกษา โดยที่โรงเรียนมีการแข่งขันชาลเลนจ์ ไดรฟ์กอล์ฟ ปรากฎว่าเธอได้อันดับ 1 ของโรงเรียน เป็นเด็กที่ตีไกลที่สุด ไกลกว่าทุกคนรวมถึงเด็กผู้ชายด้วย

 

 

การเอาชนะในการแข่งที่โรงเรียน ช่วยทำให้เธอเห็นศักยภาพบางอย่างในตัวเอง แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าจะมาเอาดีทางกอล์ฟ จริงๆหรือเปล่า

 

 

สิ่งที่ตอกย้ำให้เธอมั่นใจจริงๆ เกิดขึ้นเมื่อตอนดูทีวี แล้วเห็นไทเกอร์ วูดส์ชนะการแข่ง ด้วยความเท่ และออร่าที่แผ่ออกมา ทำให้เธอตัดสินใจได้ และมาขอคุณพ่อว่า อยากจะลองเล่นกอล์ฟอย่างจริงจังดู ซึ่งคุณพ่อก็โอเค ถ้าลูกบอกว่าชอบ ก็ลองไปหัดเรียนอย่างเป็นเรื่องเป็นราวก็ได้

 

 

ในช่วง 9-11 ขวบ เหมียวเรียนรู้ทักษะเบื้องต้นทุกอย่างของการเล่นกอล์ฟ การไดรฟ์ การชิพ การพัตต์ การเลือกใช้ไม้ คือเด็กที่มีพรสวรรค์อยู่แล้ว พอได้หัด ได้ฝึกอย่างมีมาตรฐาน ก็ก้าวกระโดดไปได้อย่างรวดเร็ว

 

 

พอเรียนรู้ได้สักพัก เหมียวก็เริ่มลงแข่งขันรายการเยาวชนในประเทศ จุดแข็งของเธอคือพลังในการไดรฟ์อันร้ายกาจมาก ร่างกายตัวเล็กๆ แค่นั้น แต่สามารถส่งพลังไปสู่การสวิงได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก

 

 

ในช่วงแรกที่บ้านต้องจ่ายเงิน ค่าเรียนกอล์ฟ ค่าอุปกรณ์ ค่าเดินทางเองทั้งหมด แต่พอเหมียวอายุ 12 อยู่ๆ ก็มีเรื่องให้เซอร์ไพรส์ เมื่อแบรนด์ Singha ไปเห็นพรสวรรค์ และขอเข้ามาเป็นสปอนเซอร์ สนับสนุนค่าใช้จ่ายรายเดือน และค่าเดินทางต่างๆให้ เพื่อเป็นการลดภาระของคุณพ่อ

 

 

“ตอนผมไปเจอคุณสันติ ภิรมย์ภักดี ท่านก็ไม่ได้อธิบายนะ ว่าทำไมเลือกสนับสนุนลูกเรา แค่บอกว่า ทำให้เต็มที่ ทางสิงห์จะช่วยซัพพอร์ทเท่าที่ทำได้” คุณพ่อธนธัชกล่าว “แต่ด้วยการสนับสนุนครั้งนั้น สำหรับผมจึงรู้สึกว่า ท่านสันติเป็นผู้เมตตาสูงสุดครับ”

สันติ ภิรมย์ภักดี

กลายเป็นว่า น้องเหมียวมีสปอนเซอร์ตั้งแต่อายุ 12 ขวบ และจากจุดนั้น เมื่อการเงินคล่องตัว เป้าหมายต่างๆ ก็เริ่มวางได้ง่ายขึ้น หลังจากกวาดแชมป์ที่ไทยหมดแล้ว คราวนี้ทุกๆซัมเมอร์ น้องเหมียวจะเดินทางไปที่สหรัฐอเมริกา เพื่อพิสูจน์กับเวทีที่ใหญ่ขึ้น นั่นคือรายการจูเนียร์เวิลด์ และ รายการแข่งของ AJGA (สมาคมกอล์ฟเยาวชนสหรัฐฯ) เพราะการลงแข่งที่ต่างแดนก็เป็นการวัดระดับตัวเองด้วย ว่าดีพอหรือไม่ ถ้าเทียบกับเด็กอายุใกล้เคียงกันของประเทศอื่น

 

จริงๆแล้วในวัยเด็ก นอกจากชอบเล่นกอล์ฟแล้ว น้องเหมียวเคยฝันว่าอยากเป็นนักแสดงอยู่เหมือนกัน และเคยมีเหตุการณ์ที่เธอต้องพิสูจน์ใจ นั่นคือ มีการแข่งขันกอล์ฟเยาวชนที่สนาม Blue Sapphire ซึ่งเธอไปลงทะเบียนไว้เรียบร้อยแล้ว แต่ในขณะเดียวกันเธอแคสต์ตัวเล่นละครของค่ายกันตนาผ่าน และได้บทแสดงเล็กๆพอดี

 

 

ปัญหาคือ วันแข่งกอล์ฟกับวันเข้าฉาก คือวันเดียวกันเป๊ะ และเธอเลือกได้อย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งคุณพ่อให้เหมียวตัดสินใจเอง ว่าจะเลือกทำอะไร

 

 

เหมียวตอบว่า “งั้นขอไปเล่นละคร” คุณพ่อจึงจัดการ Withdraw ถอนตัวจากการแข่งขันไปเลย โดยคุณพ่ออธิบายว่า “เราต้องให้ลูกตัดสินใจเอง ถ้าเขาอยากทำอะไร เราห้ามไม่ได้หรอก แต่พอไปเล่นละครวันนั้นเสร็จ เหมียวก็โอดโอยว่า เสียเวลาทั้งวัน ไปนั่งรอในกองถ่าย แล้วก็ได้มีส่วนร่วมนิดเดียวเอง รู้งี้เลือกไปแข่งกอล์ฟดีกว่า”

 

 

“วิธีการเลี้ยงลูกของผมเป็นแบบนี้ครับ ถ้าผมบังคับให้เขามาเล่นกอล์ฟ เขาเองก็อาจจะมีความรู้สึกติดค้างในใจว่าวันนั้น ทำไมพ่อไม่ปล่อยให้ไปเล่นละคร คือผมเลี้ยงลูกแบบประชาธิปไตยครับ น้องต้องคิดเอง”

 

เมื่อเหมียวโฟกัสได้แล้วแน่ๆว่า เอาล่ะ จากนี้ไปจะลุยเล่นกอล์ฟแล้ว สเต็ปต่อมาที่บ้านก็ต้องวางแผนกันว่า “แล้วจะไปทางไหนต่อ” ก่อนจะได้ข้อสรุปว่า จะช่วยผลักดันให้น้องเหมียวได้ทุนการศึกษาจากมหาวิทยาลัยที่สหรัฐอเมริกาให้ได้

 

 

ทำไมต้องไปเรียนต่อที่สหรัฐฯ? สาเหตุเพราะนักกอล์ฟระดับโลกหลายคน จะเริ่มต้นอาชีพจากเวทีมหาวิทยาลัยก่อน อย่าง มิเชลล์ วี เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด, แอนนิก้า โซเรนสตัม เรียนที่มหาวิทยาลัยแอริโซน่า หรือแม้แต่อดีตเยาวชนทีมชาติไทย นารี วงศ์ลือเกียรติ ก็ไปเรียนที่มหาวิทยาลัยฟลอริด้า สเตต

 

 

ดังนั้นถ้าเหมียวได้ทุนเล่าเรียนที่สหรัฐฯ เธอจะได้พัฒนาฝีมือกอล์ฟอย่างเต็มที่ในอเมริกา และถ้ามอง worst case คือสุดท้ายเอาดีทางกอล์ฟไม่ได้ อย่างน้อยพอเรียนจบ 4 ปี ได้ปริญญาตรีที่สหรัฐฯ กลับไทยก็เอาวุฒิมาต่อยอดทำอาชีพอื่นได้

 

 

 

“ผมไม่ได้มองว่าจะให้น้องเป็นนักกีฬาระดับโลก เราไม่ได้คิดขนาดนั้น แต่ค่อยๆ มองทีละสเต็ปไป ตอนนี้น้องอยู่มัธยม เราก็จะพยายามผลักดัน ให้ไปเรียนต่อที่สหรัฐฯให้ได้ก่อน และถ้าเราทำได้ จากนั้นน้องเหมียวจะเป็นนักกีฬาอาชีพหรืออะไร ก็ขึ้นอยู่ที่ตัวเขาเองแล้ว” คุณพ่ออธิบาย

 

 

วิธีที่นักกีฬาคนหนึ่ง จะได้ทุนเล่าเรียนระดับมหาวิทยาลัยแบบ Full Scholarship 100% เต็ม คุณต้องมีคุณสมบัติสองอย่าง 1) ผลงานเชิงกีฬาต้องโดดเด่น และ 2) ต้องมีทักษะภาษาอังกฤษในระดับที่ดี สามารถเข้าเรียนในคลาสที่มหาวิทยาลัยได้

 

 

ในส่วนของทักษะภาษาอังกฤษ คุณพ่อคุณแม่ ไปเดินสาย ตามหาโรงเรียนนานาชาติที่ให้ทุนกับนักกีฬา “ถ้าที่ไหนให้ทุน ทำให้เราเซฟค่าเล่าเรียนได้ เราก็จะไปที่นั่นครับ” คุณพ่อเล่า นั่นทำให้น้องเหมียวย้ายโรงเรียนบ่อยมากในช่วงมัธยม ตั้งแต่โรงเรียนเอกบูรพา ย่านมีนบุรี ย้ายไปโรงเรียนนานาชาติสยาม ย่านรังสิต ก่อนไปอยู่กับโรงเรียนนานาชาติกีรพัฒน์ ที่รามอินทรา

 

การได้เรียนโรงเรียนนานาชาติทุกปี ช่วยเสริมสร้างทักษะภาษาอังกฤษของน้องเหมียวให้เก่งขึ้นเรื่อยๆ จนอยู่ในระดับที่สื่อสารได้ดีมาก เรื่องภาษาที่บ้านหมดห่วงแล้ว

 

 

ขณะที่เรื่องของผลงานกีฬา เหมียวมี Passion สูงมาก เธอซ้อม เธอแข่ง และมีวินัยกับตัวเอง แต่ด้วยความที่บีบคั้นกับตัวเองว่าต้องชนะเท่านั้น ทำให้ในหลายๆการแข่งขัน เธอเองก็เล่นอย่างกดดันเอง จนพลาดแชมป์ก็มี

 

 

“น้องก็เคยร้องไห้กับผมนะครับ เวลาไปแข่งแล้วไม่ชนะ” คุณพ่อย้อนความหลัง “แต่สิ่งที่ผมสอนเขาคือ ถ้าเราได้ที่ 2 ก็ควรดีใจ เพราะเราอยู่สูงกว่าคนที่ได้อันดับ 3 ถ้าเราได้ที่ 15 ก็ควรดีใจ เพราะเราได้อันดับสูงกว่าคนอยู่อันดับ 16 มันอยู่ที่เราเลือกจะมองอย่างไรมากกว่า”

 

กล่าวคือบางคนได้ที่ 2 ก็จะเจ็บปวด ที่ต้องอยู่ตามหลังอันดับ 1 แต่ถ้าลองคิดดีๆ คนที่ได้อันดับ 2 คุณชนะคนอื่นที่เหลือทั้งรายการเลยนะ ยกเว้นแค่คนเดียวเอง ดังนั้นไม่มีเหตุผลอะไร ที่จะไม่ภูมิใจในตัวเอง

 

การเปลี่ยนทัศนคติเล็กน้อย ปรับความคิดเป็น “ทุ่มเทเต็มที่แต่ไม่กดดันตัวเองจนเกินไป” ทำให้ผลงานของเธอก้าวกระโดดมากๆ น้องเหมียวคว้าแชมป์กระจุยทั้งที่ไทย และที่อเมริกา

 

4 รายการที่จูเนียร์เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ ตามด้วยอีก 4 รายการใน Amateur US Tour เธอเป็นดาวรุ่งที่ฮอตที่สุดในวงการกอล์ฟหญิง

 

ในปี 2016 เหมียวคว้ารางวัล The Rolex Junior Player of the Year จาก AJGA และเป็นนักกีฬาไทยคนที่ 2 ในประวัติศาสตร์ ที่เคยได้รางวัลดาวรุ่งแห่งปี ซึ่งคนแรกก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เอรียา จุฑานุกาลนั่นเอง

 

 

 

ถึงตรงนี้ น้องเหมียวจึงมีคุณสมบัติทุกอย่างครบ ผลงานกอล์ฟที่โดดเด่นถึงขั้นมหัศจรรย์ และสกิลภาษาอังกฤษที่คล่องแคล่ว นั่นทำให้ 20 มหาวิทยาลัยทั่วสหรัฐฯ ยื่น Offer ให้ทุนเล่าเรียน 100% ตามที่ครอบครัวคาดหวังไว้ คนเก่งแบบนี้ สถาบันไหนก็อยากได้ตัวทั้งนั้น

 

 

คุณพ่อ คุณแม่ ให้เหมียวเลือกเองว่าจะย้ายไปเรียนที่ไหน เพราะเมื่อเลือกแล้ว เหมียวก็ต้องไปใช้ชีวิตอยู่คนเดียว พ่อแม่ไม่ได้ไปด้วย สุดท้ายเธอตัดสินใจเลือก UCLA ที่ลอสแองเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยเข้าเรียนในภาควิชาจิตวิทยา

 

 

ทำไมเธอเลือก UCLA? ส่วนหนึ่งเหมียวบอกว่าชอบบรรยากาศของเมืองลอสแองเจลิส และอีกสาเหตุเพราะ UCLA อยู่ในลีกชื่อ Pac-12

 

 

Pac-12 เป็นลีกของ 12 มหาวิทยาลัยชั้นนำในฝั่งตะวันตกของสหรัฐอเมริกา เช่น มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด, มหาวิทยาลัยโอเรกอน, มหาวิทยาลัยแอริโซน่า, UCLA เป็นต้น

 

ในวงการกอล์ฟเป็นที่รู้กันว่า Pac-12 เป็นลีกที่แข็งแกร่งที่สุดในระดับมหาวิทยาลัย อย่างไทเกอร์ วูดส์ เขาก็เรียนที่สแตนฟอร์ด (ซึ่งอยู่ใน Pac-12) ทำให้น้องเหมียวคิดว่า ถ้าจะเอาดีทางกอล์ฟแล้ว ก็มาอยู่ในลีกเลเวลสูงสุดไปเลย วัดกับคนเก่งๆ ทุกทัวร์นาเมนต์ ยิ่งจะทำให้เธอพัฒนาได้ก้าวกระโดดมากขึ้น

 

 

เมื่อเหมียวประกาศเลือก UCLA ที่มหาวิทยาลัยถึงกับโพสต์ข่าวลงในเว็บ โดยโค้ชทีมกอล์ฟหญิง แคร์รี่ ฟอร์ซิธ ให้สัมภาษณ์ว่า “นี่คือนักกอล์ฟหญิงที่มีพรสวรรค์เหลือเชื่อ และมีความมุ่งมั่นอย่างที่สุด และจะทำให้ทีมกอล์ฟของเราแกร่งขึ้นทันทีในปีการศึกษาหน้า”

 

 

ตอนนี้ เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว เธอจึงบินจากไทยไปอเมริกา เพื่อเริ่มต้นเส้นทางความฝันขั้นต่อไปในชีวิต

 

 

 

 

UCLA เป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงอย่างมากในเรื่องกีฬา นักบาสดังๆ ในปัจจุบันอย่าง ลอนโซ่ บอลล์ ของนิวออร์ลีนส์ เพลิแกนส์, แซ็ค ลาวีน ของชิคาโก้ บูลส์ หรือ รัสเซลล์ เวสต์บรูกของวอชิงตัน วิซาร์ดส์ ล้วนเรียนจบที่นี่

 

 

ที่ UCLA นอกจากจะทำให้เหมียว ได้เรียนรู้เทคนิคใหม่ๆแล้ว สิ่งที่เพิ่มขึ้นมามากกว่าเดิมอย่างชัดเจน คือเรื่องความมั่นใจ

 

 

เหมียวเคยให้สัมภาษณ์กับสื่อที่สหรัฐฯ ว่า “สิ่งแวดล้อมที่ฉันเกิดและเติบโต มันคือเอเชีย มันคือประเทศไทย ที่ไทยเราค่อนข้างอนุรักษ์นิยมมากๆ ด้วยกรอบวัฒนธรรมที่เคร่งครัด มันเลยยากที่คุณจะแสดงความเป็นตัวตนอย่างเต็มที่ แต่พอฉันมาอยู่ที่แคลิฟอร์เนีย จึงได้เข้าใจบางอย่างมากขึ้น”

 

 

สิ่งที่เหมียวเรียนรู้ คืออิสระในการแสดงออก เธอแคร์สายตาคนน้อยลง กล้าคิดกล้าทำมากขึ้น ถ้าหากสิ่งที่ทำ ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน เธอจะไม่ลังเลที่จะทำมัน “โอเค มันใช้เวลาหน่อย แต่พอมาอยู่ UCLA สมองของฉันชัดเจนมากๆ และรู้ว่าตัวเองคือใครกันแน่”

 

นอกจากจะเปลี่ยนเรื่องความคิด และการเล่นแล้ว เรื่อง “ชื่อ” ของเธอ ก็ถูกเปลี่ยนเช่นกัน โดยชื่อจริงปภังกร (ปะ-พัง-กอน) และชื่อเล่น เหมียว (Meow) คนต่างชาติอ่านออกเสียงยาก ดังนั้นในช่วงที่อยู่อเมริกา เธอจึงเปลี่ยนมาใช้ “แพตตี้” ซึ่งเรียกได้ง่ายกว่าแทน ตอนนี้คนในวงการกอล์ฟ จึงรู้จักเธอในชื่อ “แพตตี้ ธวัชธนกิจ”

 

 

สำหรับผลงานในระดับมหาวิทยาลัย เหมียว-แพตตี้ เล่นได้อย่างมั่นใจเต็มร้อย เธอคว้าแชมป์ 7 รายการของ NCAA ถือเป็นดาวรุ่งปีศาจของวงการ

 

 

จุดแข็งของเธอคือการไดรฟ์ที่ได้ระยะไกลมากๆ ระยะ 300 หลา ทำได้เป็นปกติ และบางครั้งถ้ามีลมช่วย เธอเคยไดรฟ์ไปไกลได้ถึง 360 หลามาแล้ว ซึ่งระยะขนาดนี้หายากมากๆในวงการกอล์ฟหญิง

 

สื่อที่สหรัฐฯ สดุดีศักยภาพของเหมียว-แพตตี้ว่า 300-yard drives aren’t reserved for men anymore แปลว่า “การไดรฟ์ 300 หลา ไม่ได้ถูกสงวนสิทธิ์ให้นักกอล์ฟชายอย่างเดียวอีกต่อไปแล้ว”

 

ทั้งๆที่เหมียวไม่ใช่คนรูปร่างใหญ่โตอะไร เธอสูงแค่ 165 ซม. เท่านั้น แต่เธอก็ทำให้เห็นว่าการตีไกล ไม่ได้อยู่ที่ว่าคุณสูงกี่เซนติเมตร หรือหนักกี่กิโลกรัม แต่อยู่ที่คุณใช้เทคนิคได้อย่างถูกต้องหรือไม่

ทุกๆปี สมาคมผู้ฝึกสอนกอล์ฟหญิงแห่งสหรัฐฯ (WGCA) จะเลือก นักกีฬาระดับมหาวิทยาลัยที่เก่งที่สุดในประเทศจำนวนปีละ 12 คน ติดทีมยอดเยี่ยมแห่งปี หรือ All-American ซึ่งน้องเหมียว ติดทีมยอดเยี่ยมสองฤดูกาลซ้อน (2017-18 และ 2018-19) ว่ากันแฟร์ๆ คือน้องเหมียวเธอเก่งเกินกว่าจะเล่นกีฬาระดับมหาวิทยาลัยแล้ว

 

ในปี 2019 แคร์รี่ ฟอร์ซิธ โค้ชทีมกอล์ฟหญิงของ UCLA แนะนำเหมียวที่ตอนนั้นเพิ่งเรียนจบปี 2 ว่า เธอน่าจะลาออกจากมหาวิทยาลัยเพื่อเล่นกอล์ฟอาชีพเต็มตัวไปเลย ถ้าเป้าหมายในชีวิตของเหมียวคือการเป็นโปรอยู่แล้ว ก็ไม่ต้องเรียนไป เล่นกอล์ฟไปแบบครึ่งๆ กลางๆ แต่ลุยไปเพื่อความฝันเลยดีกว่า

 

 

เหมือนนักกีฬาอาชีพในสหรัฐฯหลายคน ก็ไม่รอให้เรียนจบก่อน ไซออน วิลเลียมสัน จาก Duke เรียนมหาวิทยาลัยแค่ 1 ปี ก็กระโดดเข้า NBA ทันที ไปอยู่นิวออร์ลีนส์ เพลิแกนส์ คือเหมียว-แพตตี้ มีศักยภาพพอที่จะเดินหน้าสู่อาชีพได้แล้ว

 

 

 

นั่นทำให้ เหมียวตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัยอย่างเด็ดเดี่ยว โดยไม่เสียดายวุฒิการศึกษา จากนั้นเดินหน้า สายอาชีพเต็มตัว ด้วยการเข้าร่วม Symetra Tour ในปี 2019

 

 

 

Symetra Tour มีสโลแกนว่า The Road to LPGA คือบรรดานักกีฬาสมัครเล่น จะมาเริ่มต้นกับทัวร์นี้ก่อน เพื่อสั่งสมประสบการณ์ เรียนรู้การใช้ชีวิตเสมือนนักกอล์ฟมืออาชีพ ถ้าหากใครทำผลงานได้ดีใน Symetra Tour ก็ได้สิทธิ์ในการเข้าไปเล่นที่ LPGA ในอนาคต

 

 

ตลอดปี 2019 แพตตี้ลงแข่งขันทั้งหมด 11 รายการ คว้าแชมป์ไป 3 รายการ ได้แก่ โดนัลด์ รอสส์ คลาสสิค (อินเดียน่า), แดเนียล ดาวน์นีย์ เครดิต ยูเนียน คลาสสิค (นิวยอร์ก) และ ซิกฟอลส์ เกรตไลฟ์ ชาลเลนจ์ (เซาธ์ดาโกต้า) ทำเงินจากการเล่นทัวร์สมัครเล่นไป 117,518 ดอลลาร์ (3.6 ล้านบาท)

 

แพตตี้ คว้ารางวัลรุกกี้ยอดเยี่ยมประจำ Symetra Tour เธอเฉิดฉายมากๆ และเริ่มถูกจับตาจากสื่อมวลชน นั่นแปลว่า ได้เวลาแล้วที่เธอจะก้าวไปสู่อีกสเต็ปในชีวิต นั่นคือทัวร์อาชีพของกอล์ฟหญิงที่ใหญ่ที่สุดในโลก นั่นคือ LPGA

 

 

เหมียว-แพตตี้ ประกาศลงเล่นทัวร์อาชีพในปี 2020 และเธอยังไม่ทันได้เป็นแชมป์อะไรเลย ธนาคารฮานะแบงค์ (Hana Bank) ของประเทศเกาหลีใต้ ขอเซ็นสัญญาเป็นสปอนเซอร์หลักของเธออีกหนึ่งแบรนด์

 

พอล ปาร์ก ผู้อำนวยการฝ่ายมาร์เกตติ้งของฮานะแบงค์ กล่าวว่า “แพตตี้ คืออนาคตของวงการกอล์ฟหญิง เธอเป็นตัวแทนของเอเชีย ด้วยพรสวรรค์อันเปี่ยมล้นของเธอ ก็ทำให้เราตัดสินใจง่ายมากๆ ที่จะเซ็นสัญญาเป็นสปอนเซอร์ให้เธอ” ในมุมของฮานะแบงค์ มั่นใจเลยว่า เหมียว-แพตตี้ ดังเปรี้ยงแน่ๆ

 

 

เท่ากับว่าน้องเหมียว มี 2 แบรนด์ใหญ่คอยซัพพอร์ท แบรนด์แรกคือฮานะแบงค์ ที่เป็นสปอนเซอร์ให้นักกีฬาแค่ 9 คนเท่านั้นในโลก และอีกแบรนด์คือ Singha หรือบุญรอด บริวเวอรี่ ที่สนับสนุนเธอมาตั้งแต่อายุ 12 จนถึงปัจจุบัน

 

 

 

อย่างไรก็ตาม ไม่ทันที่เธอจะโชว์ผลงานให้สปอนเซอร์ใหม่ได้เห็น โลกนี้ก็เกิด โควิด-19 เสียก่อน โปรแกรมต่างๆ โดนยกเลิกกันเพียบ นั่นทำให้ในทางเทคนิค ใครที่ประกาศลงแข่งในปี 2020 ทาง LPGA จะให้นับปี 2021 ด้วย ให้เป็น Rookie Year

 

 

 

 

ในกีฬาเทนนิสจะมี 4 รายการเสาหลัก ได้แก่ ออสเตรเลียน โอเพ่น, เฟรนช์ โอเพ่น, วิมเบิลดัน และ ยูเอส โอเพ่น ทั้ง 4 จะถูกเรียกว่า รายการแกรนด์แสลม คือนักเทนนิสทุกคน ใฝ่ฝันว่าสักครั้งก่อนตาย ก็อยากสัมผัสแชมป์แกรนด์แสลมให้ได้สักหน

 

 

ในกอล์ฟหญิงก็เช่นเดียวกัน จะมี 5 รายการ ที่ถือเป็นรายการใหญ่ ที่ได้คะแนนสะสม ได้เงิน และมีศักดิ์ศรีสูงสุด ประกอบไปด้วย

– ANA Inspiration

– US Open

– PGA Championship

– The Evian Championship

– British Open

 

 

5 รายการนี้ เราจะเรียกมันว่า “รายการเมเจอร์” โดยในประวัติศาสตร์ของวงการกอล์ฟไทย มีแค่คนเดียวเท่านั้นที่ได้แชมป์เมเจอร์ นั่นคือ โปรเม-เอรียา จุฑานุกาล ได้แชมป์บริติชโอเพ่น 1 สมัย และ ยูเอส โอเพ่น 1 สมัย

 

 

สำหรับเหมียว-แพตตี้ ตั้งแต่ย้ายมาอเมริกา เธอก็เคยลงแข่งรายการเมเจอร์มาแล้วหลายครั้ง เพราะ LPGA จะให้โควต้านักกอล์ฟสมัครเล่นที่ฝีมือดีส่วนหนึ่ง ลงแข่งเพื่อเก็บประสบการณ์เช่นกัน

 

 

 

ผลงานดีที่สุดของเหมียว-แพตตี้ คือได้อันดับ 5 ร่วม ในยูเอสโอเพ่นปี 2018 โดยปีนั้นคนที่ได้แชมป์ก็คือโปรเม-เอรียานี่แหละ

 

 

 

มาถึงปี 2021 เมื่อสถานการณ์โควิด ที่อเมริกาดูจะโอเคขึ้นแล้ว เกมกอล์ฟก็กลับมาแข่งขันกันตามปกติ และเมเจอร์แรกของปี ก็มาถึง ศึก ANA Inspiration ที่สนามดินาห์ ชอร์ ในแคลิฟอร์เนีย โดยแพตตี้ได้สิทธิ์ลงแข่งขันด้วย

 

ย้อนกลับไปเล็กน้อยในปี 2020 ปีแรกที่เหมียว-แพตตี้ เล่นใน LPGA ทัวร์ เธอติดท็อปเท็นได้แค่ 1 รายการ และไม่ผ่านการตัดตัวถึง 7 รายการ ก็จริง ว่ามันเป็นการเริ่มที่ไม่ดี แต่แพตตี้กล่าวว่า “เอาจริงๆแล้ว นี่ก็เป็นแค่ Rookie year ของฉัน ฉันรู้ว่ายังมีอะไรให้ต้องเรียนรู้อีกเยอะ”

 

 

พอเข้าสู่ปี 2021 เธอเริ่มต้นได้ไม่เลว ด้วยการจบอันดับ 5 ในรายการเกนบริดจ์ ที่ฟลอริด้า จากนั้นบินมาสู่สนามดินาห์ ชอร์ เพื่อร่วมแข่งขัน ANA Inspiration

 

 

ในรายการนี้ มีโปรสาวไทยทั้งหมด 6 คน ได้แก่ โปรเม-เอรียา, โปรโม-โมรียา, โปรแหวน-พรอนงค์, โปรจัสมิน-ธิฎาภา, โปรเมียว-ปาจรีย์ และ โปรเหมียว-แพตตี้

 

 

 

การแข่งขันวันแรก ระหว่างที่คนจับตามองเฟิ่ง ฉานฉานจากจีน และ โปรเม-เอรียา ด้วยความที่ไม่มีใครคาดคิด โปรเหมียว จบ 18 หลุมขึ้นเป็นอันดับ 1 ด้วยสกอร์ 6 อันเดอร์พาร์ และทั้ง 18 หลุม ไม่มีโบกี้เลย ถือว่าจบรอบได้เนียนมาก

ถ้าคนไม่ได้ติดตามกอล์ฟเยาวชน ก็จะมารู้จักโปรเหมียวจริงจังก็วันนี้แหละ ซึ่งไม่ใช่แค่คนดู แต่ตัวโปรกอล์ฟด้วยกันก็งง ว่าเด็กสาวที่อยู่อันดับ 103 ของโลก อยู่ๆ โผล่พรวดมาจากไหน

 

 

โค จิน-ยอง นักกอล์ฟมือหนึ่งของโลกจากเกาหลีใต้คนปัจจุบัน เล่าให้ฟังว่า เธอออกรอบตอนซ้อม ร่วมกับโปรเหมียว ในหลุม 10 เป็นหลุมพาร์ 4 ระยะ 388 หลา ตอนแรกก็ทักทายกันปกติไม่มีอะไร เธอก็คิดว่าเป็นแค่นักกีฬาหน้าใหม่ทั่วไป แต่พอโปรเหมียวหวดเปรี้ยง ลูกกอล์ฟพุ่งทะยานผ่านบังเกอร์ไปอย่างสวยจนเกือบขึ้นกรีน โค จิน-ยอง มองตาค้างแล้วหันไปถามแคดดี้ว่า “เด็กคนนี้มันใครกัน?”

 

 

แม้จะจบวันแรกด้วยการเป็นผู้นำ แต่หลายๆคน ก็เชื่อว่า เดี๋ยวโปรเหมียวก็แผ่ว สำนักพนันถูกกฎหมายในลาสเวกัส ออกราคาให้เธอเป็นแค่เต็ง 9 เท่านั้นที่จะคว้าแชมป์

 

 

เข้าสู่วันที่ 2 โปรเหมียวเปิดฉากหลุมแรกด้วยการออกโบกี้ ชาวเน็ตต่างประเทศก็บอกว่า ‘ว่าแล้ว’ รุกกี้ส่วนใหญ่อาจจะหวือหวาแค่วันเดียว พอในระยะยาวก็แผ่วปลาย แต่โปรเหมียวตั้งสติได้เร็ว คัมแบ็กกลับมาได้ โดยเฉพาะในหลุม 15 ที่เธอทำอีเกิ้ล ด้วยการตีสแลมดั๊งค์ลงไปเลย (สแลมดั๊งค์ในกอล์ฟ หมายถึงบอลลอยโด่งพุ่งเข้าหลุมไปเลย ไม่ใช่ค่อยๆไหลลงหลุมแบบปกติ)

 

 

 

สุดท้ายจบวันที่ 2 โปรเหมียว มี 9 อันเดอร์พาร์ ยังเป็นผู้นำอยู่

 

 

เหมียวให้สัมภาษณ์ว่า อากาศที่สนามมันร้อนมาก จนเธอรู้สึกขาดน้ำ ต้องดื่มน้ำตลอด เรื่องสภาพอากาศทำให้เสียสมาธิในช่วงแรก แต่ก็ตั้งสติกลับมาให้เร็วที่สุด

 

 

เข้าวันที่ 3 ระหว่างที่กองแช่งชาติอื่น โพสต์รัวๆว่า เดี๋ยวโปรเหมียวก็หลุด มือใหม่เดี๋ยวก็พลาด แต่ปรากฏว่าคำแช่งไม่มีผล เธอตีอย่างดุดัน เก็บเพิ่มไปอีก 5 อันเดอร์พาร์ รวมสามวัน มี 14 อันเดอร์พาร์ นำเป็นจ่าฝูงแบบใสๆ ใครจะแผ่วก็แผ่วไป แต่เธอไม่แผ่วตาม

 

 

 

เฟิ่ง ฉานฉาน โปรจากจีน เห็นฟอร์มของโปรเหมียวก็ได้แต่ตะลึง “ที่น่าประทับใจยิ่งกว่าการตีไกล คือความแม่นยำของเธอ ในอดีต ถ้าคุณเป็นคนตีไกล คุณก็จะขาดความแม่นยำ แต่แพตตี้ทั้งตีไกล ทั้งแม่นยำ เธอตีลูกขึ้นกรีนได้ตลอด แถมแก้สถานการณ์ทุกอย่างได้หมดเลย”

 

เข้าสู่วันสุดท้าย วันที่ 4 แพตตี้นำอันดับ 2 อยู่ 5 สโตรก โอกาสเป็นแชมป์สูงมาก ขอแค่ไม่แพ้ภัยตัวเองแค่นั้น อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อลีเดีย โค อดีตมือหนึ่งของโลกจากนิวซีแลนด์ ฟอร์มผีเข้าในวันสุดท้าย เธอตีได้อย่างมหัศจรรย์มากๆ ไล่จี้โปรเหมียวมาเหลือแค่ 2 สโตรกเท่านั้น!

 

 

 

เหตุการณ์นี้ อดไม่ได้ที่จะคิดถึงเดจาวู ใน ANA Inspiration ในปี 2016 โดยในตอนนั้น โปรเม-เอรียา เป็นผู้นำในวันสุดท้าย แต่ไม่รู้ลีเดีย โค มาจากไหน เธอพลิกปาดหน้าแซงคว้าแชมป์ไปได้เฉยเลย หลายคนจึงกังวลว่า ด้วยความเป็น Rookie ของโปรเหมียว เมื่อโดนลีเดีย โค กดดัน อาจจะมีหลุด มีพลาดให้เห็น

 

ลีเดีย โค

อย่างไรก็ตาม หลักการของเหมียวที่ยึดถือมาตลอด มาจากคำสอนของพ่อตั้งแต่เด็ก นั่นคือเล่นอย่างเต็มที่ไปเถอะ จบอันดับไหนก็ยอดเยี่ยมทั้งนั้น ยังไงพ่อแม่ก็รักและภูมิใจในตัวลูกสาวอยู่แล้ว และต่อให้ไม่ได้แชมป์ ก็ยังดีใจได้ ว่าผลงานเราพัฒนากว่าปีที่แล้ว จริงไหม

 

 

อันดับ 1 หรือ 2 หรือ 3 ก็ไม่มีอะไรน่าเสียใจ เพราะฉะนั้นอย่ากดดันตัวเอง เมื่อคิดได้แบบนั้น โปรเหมียวจึงไม่ดูลีดเดอร์บอร์ดเลย ลีเดีย โค จะตีเทพอย่างไร จี้มาใกล้แค่ไหน เธอไม่สน เธอโฟกัสแค่สิ่งที่อยู่ตรงนั้นหน้า นั่นคือการตีของตัวเองแค่นั้น

 

 

ในช่วงสุดท้าย โปรเหมียว เล่นอย่างระมัดระวัง ไม่ฝืนเล่นเอาเบอร์ดี้ เพื่อทำสกอร์หนีลีเดีย เธอไปตามจังหวะของตัวเอง

 

 

 

หลุมต่อหลุม สโตรกต่อสโตรก เธอเพ่งสมาธิเต็มที่ และสุดท้าย ตอนจบของเรื่อง แพตตี้ ธวัชธนกิจ คว้าแชมป์ ANA Inspiration ได้สำเร็จ ด้วยสกอร์ 18 อันเดอร์พาร์ พร้อมสร้างสถิติอันยิ่งใหญ่มากมาย

 

– เธอกลายเป็นนักกอล์ฟอันดับต่ำที่สุดตลอดกาล (103) ที่คว้าแชมป์รายการนี้

– เธอเป็น Rookie คนที่สองในประวัติศาสตร์ที่ได้แชมป์รายการนี้ ต่อจากจูลี อิงสเตอร์ ในปี 1984

– เธอเป็นผู้เล่นคนที่ 4 ที่คว้าแชมป์รายการนี้แบบ wire-to-wire หรือม้วนเดียวจบ จ่าฝูงวันแรก ยันวันสุดท้าย

– เธอเป็นนักกีฬาคนที่ 5 ในประวัติศาสตร์ของกอล์ฟหญิง ที่รายการแรกที่ได้แชมป์อาชีพคือรายการเมเจอร์

– เธอมีค่าเฉลี่ยตีช็อตแรก (Tee Shot) ด้วยระยะ 323 หลา นี่เป็นตัวเลขที่สุดยอดมาก

– เธอรับเงินรางวัลสูงถึง 450,000 ดอลลาร์ (14.5 ล้านบาท) พร้อมทำคะแนนขึ้นนำในตำแหน่งรุกกี้แห่งปี

– อันดับโลก จากลำดับที่ 103 กระโดดมาอยู่ที่ 13 และไม่แปลกเลย ถ้าเราจะลุ้นให้เธอขึ้นมือหนึ่งของโลกในอนาคต

– และแน่นอน เธอช่วยปักหมุดให้วงการกอล์ฟไทย ในเวทีโลก เป็นการประกาศว่า ประเทศเรามีนักกอล์ฟ 2 คนแล้วนะ ที่เป็นแชมป์ระดับเมเจอร์

แชด พาวเวอร์ส นักข่าวจากหนังสือพิมพ์ปาล์มสปริง เดเสิร์ตซัน กล่าวบทสรุปถึงแพตตี้หลังจบการแข่งขัน อย่างเรียบง่ายว่า “การตีไกลครั้งแล้วครั้งเล่า สายตาที่โฟกัสอย่างแน่วแน่ เสียงหัวเราะ และรอยยิ้มนั้น ผมคิดว่าไม่มีวันลืม แชมเปี้ยนของปีนี้ แพตตี้ ธวัชธนกิจไปตลอดชีวิต นี่เป็นผลงานที่สุดยอดเหลือเกิน”

ถ้าย้อนกลับไป ก่อนที่รายการนี้จะเริ่มขึ้น เชื่อหรือไม่ว่า ชื่อของแพตตี้ ยังไม่มีอยู่ใน Wikipedia ด้วยซ้ำ แต่ในวันนี้เธอเป็น talk of the town ที่แฟนกอล์ฟทั่วโลกต่างพูดถึง

 

อย่าลืมว่า นี่เพิ่งเป็น Rookie year ของสาวน้อยวัย 21 ปีคนนี้เท่านั้น และเราอาจได้เห็นเธอสร้างความมหัศจรรย์ในวงการกีฬาต่อไปอีกเป็นสิบปี

สำหรับแพตตี้ เธอมีความมุ่งมั่นจะเอาดีในการเล่นกอล์ฟจริงๆ เธอสู้กับมันมาตลอดตั้งแต่ 9 ขวบ เธอซ้อม ลงแข่ง ซ้อม ลงแข่ง ทำซ้ำๆ แบบนั้น สู้สุดใจไม่เคยถอย จนวันนี้ทุกอย่างที่พยายามมา ก็เริ่มผลิดอกออกผลแล้ว

 

ดังนั้น กับชัยชนะอันน่าภูมิใจครั้งนี้ ความสำเร็จในรายการระดับเมเจอร์ที่นักกอล์ฟใฝ่ฝันกันทั้งโลก “โปรเหมียว” แพตตี้ ธวัชธนกิจ เธอคู่ควรกับมันแล้วจริงๆ

บทความนี้เป็นของเพจ วิเคราะห์บอลจริงจัง ผมเห็นว่าดีจึงอยากแชร์ให้ทุกท่านได้อ่านกัน

Chairat Wattananont

Chairat Wattananont

6 Responses

  1. Howdy! This is kind of off topic but I need some advice from an established
    blog. Is it tough to set up your own blog? I’m not very techincal but I can figure things out
    pretty fast. I’m thinking about making my own but I’m not sure where to begin. Do you have any points or suggestions?
    Thank you

    Check out my page cannabis gummies

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *