อะไร? ที่ทำให้โปรเหมียวมาถึงจุดนี้ได้

วันก่อนได้มีโอกาสอ่านบทความเกี่ยวกับ “โปรเหมียว” จากเพจวิเคราะห์บอลจริงจัง แล้วชอบมากครับ

คุณเหมียว-ปภังกร ธวัชธนกิจ นักกอล์ฟหญิงชาวไทย ที่ได้แชมป์เมเจอร์ ANA Inspiration เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา 

โปรเหมียว เริ่มเล่นกอล์ฟตั้งแต่อายุ 9 ขวบ 

แล้วก็ฝึกฝนตลอดมา ภายใต้การแนะนำของคุณพ่อ 

แน่นอนว่า เธอมีพรสวรรค์ เพราะสามารถตีได้ไกลไม่แพ้ผู้ชายตั้งแต่ยังเด็กๆ 

แต่ “ความพยายาม” ของเธอ ก็ทำให้เธอก้าวข้ามขีดจำกัดต่างๆ ได้อย่างภาคภูมิ 

มีคนบอกว่า ความโชคดี คือ โอกาสที่เข้ามาตัดกับความพร้อมที่จะรับความโชคดีอันนั้นไว้ 

ตอนเธออายุ 12 พ่อของเธอได้รับโทรศัพท์จาก “คุณสันติ ภิรมย์ภักดี” นายใหญ่ค่ายสิงห์

ผู้อยู่เบื้องหลังคอยสนับสนุน นักกีฬาไทยที่ประสบความสำเร็จหลายๆคน

ท่านคงจะชอบกีฬากอล์ฟ และอยากจะสนับสนุนเธอให้ไประดับโลก 

การลงทุนในคนแบบนี้ แน่นอนเป็นการลงทุนระยะยาว ที่ไม่รู้ผลลัพธ์จะเป็นเช่นไร 

ลงทุนไปร้อยคน หากมีสำเร็จเพียงแค่คนเดียว 

ก็อาจจะสามารถสร้างแรงบันดาลใจ ขับเคลื่อนสังคมได้ในอีกรูปแบบนึง

เป็นการลงทุนที่เชื่อว่า ถ้าเหตุดี ดอกผลก็จะตามมาเอง

การลงทุนในคน ใช้เวลานานกว่าจะเห็นความสำเร็จ

ไม่ใช่ทุกคนจะสำเร็จ

แต่ความสำเร็จที่สำคัญกว่าชัยชนะคือ มันสร้าง passion ให้กับคนจำนวนมหาศาล

และเมื่อไม่ต้องกังวลกับค่าใช้จ่ายของที่บ้าน ทำให้โปรเหมียวพัฒนาตัวเองได้อย่างเต็มที่ 

เธอตั้งใจฝึกฝนกอล์ฟจนกระทั่ง ได้เข้าไปเรียนในมหาวิทยาลัย UCLA ที่มีทีมกอล์ฟที่สุดยอดแห่งหนึ่งของอเมริกา 

เรียนไป ฝึกไป แข่งไป ผลงานเป็นที่โดดเด่น

และเมื่อเลือกจะเอาจริงเอาจังแล้ว 

เธอจึงตัดสินใจครั้งใหญ่อีกครั้ง ในการดรอปออกมาจากมหาวิทยาลัย

หันหลังให้กับใบปริญญาในมหาวิทยาลัยดีๆ ปิดประตูบานใหญ่

และมุ่งมั่นที่จะเป็นโปรกอล์ฟให้จนได้ 

เธอเข้าแข่งหลายรายการระดับประเทศ ผิดหวังก็เยอะ เสียใจก็แยะ 

แต่เธอก็ไม่ละความพยายาม และ ความมุ่งมั่น 

ยังคงฝึกฝน จนกระทั่งทำให้โลกตะลึง ด้วยการเป็นรูกี้คนที่สองในประวัติศาสตร์ที่ได้แชมป์ในรายการเมเจอร์อย่าง ANA Inspiration 

ด้วยอายุเพียง 21 ปี และนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น

เพราะฝันของเธอตอนนี้มีเพียงหนึ่งเดียว 

นั่นคือการเป็นนักกอล์ฟหญิงอันดับหนึ่งของโลกให้จงได้

หลายท่านคงจะเคยได้ยินคำว่า “GRIT” มาบ้าง 

ที่เกิดจากการมีสองอย่างร่วมกัน 

ความหลงใหล (Passion) และ ความพยายามกัดไม่ปล่อย (Persevere)

ในโลกยุคนี้ที่ “ประตู” หลายบานได้เปิดออก สำหรับหนุ่มสาว

หากแต่ว่า คนที่จะชนะ อาจไม่ใช่คนที่เปิดประตูเอาไว้มากที่สุด 

คนที่เลือกที่จะหันหลังให้กับประตูที่ดูสวยงามสำหรับคนอื่น 

แต่อาจไม่ใช่สำหรับตัวเอง 

เหลือไว้เพียง “หนึ่งเดียว” ที่ตนหลงใหล 

และเดินเข้าไป ไม่หันหลังกลับมา ทำสิ่งนั้นทุกๆวัน

วันที่เธอได้แชมป์ เธอโทรคุยกับคุณพ่อของเธอ 

สิ่งที่เธอบอกคุณพ่อตอนกำลังจะวางสายคือ “ความสำเร็จดีใจได้แค่วันเดียว วันรุ่งขึ้นมันก็เป็นแค่อดีตไปแล้ว พรุ่งนี้เหมียวซ้อมต่อ”

นี่แหละคือ “GRIT” ที่ใครๆพูดถึง

 

Chairat Wattananont

Chairat Wattananont

One Response

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *